article

แด่Norwegian wood และ มุราคามิ

posted on 23 May 2009 23:52 by yuuii  in article

 

 

หนังสือก็ออกมานานแล้ว แต่เหตุผลที่เพิ่งหยิบมาอ่านเพราะเรื่องนี้กำลังจะมาทำเป็นภาพยนตร์ก็เท่านั้น 

 

ความรู้สึกหลังจากอ่านNorwegian wood คือ ความว่างเปล่าแต่อัดแน่นอึดอัด  และที่เจ็บปวดที่สุดคือความเหงาบรรลัย

 

มุราคามิเป็นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย

 

ทำไมเราถึงไม่หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านก่อนหน้านี้  ในวันที่ยังสดใสและดอกไม้บาน  แต่กลับมาเป็นตอนนี้ เวลานี้  มันทำให้รู้สึกอ้างว้างถึงขีดสุด

 

หากจะพูดถึงความรัก เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังสือเล่มนี้ สำหรับเราแล้วมันจริงแท้ซะยิ่งกว่าอะไร  สิ่งที่เรารู้สึกได้คือการเติมช่องว่างของกันและกัน  ตัวนาโอโกะพร่ำพูดอยู่เสมอว่าตนเองเป็นคนเหว้าแหว่งอาศัยบนโลกที่บิดเบี้ยว  และทุกคนล้วนเหว้าแหว่ง  แต่ทำไมนาโอโกะถึงต้องการวาตานาเบะ  แล้วทำไมวาตานาเบะถึงต้องการมิโดริ  ทำไมใครๆต่างต้องการใครสักคน  ในเมื่อไม่มีใครเลยที่สมบูรณ์  ทุกคนล้วนมีส่วนที่ขาดหรือเกิน  บางทีอาจเป็นเพราะ  ส่วนที่ขาดเกินออกมานั้น  มาถมได้พอดีกับส่วนเหว้าแหว่งของอีกคนหนึ่ง

 

คนเราอาจไม่ต้องการวิมานฝันสีชมพูหรือเทพนิยายในชีวิตจริง  แต่หากมีเพียงใครสักคนที่มาเติมความรู้สึกบกพร่องนั้นให้เต็มขึ้นมาได้ และเราก็พร้อมจะเรียก รูปแบบนั้นว่าคือความรัก 

 


หนังสือเล่มนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ตัวเราเองอ้างว้างมากแค่ไหน  และNorwegian woodเป็นสุดยอดผลงานที่เปล่าเปลี่ยวยิ่งกว่านิยายรักใดๆที่เคยอ่านมา 

 

 

ปล.หลังอ่านจบพยายามจะอ่านอีกรอบแต่ทำไม่ได้  เพราะรู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะพังทลายและอาจจะเป็นเราที่ต้องไปอยู่ที่เดียวกับนาโอโกะและเรโกะก็เป็นได้

 

ปล2. ชอบมิโดริกับนางาซาวะมากเลยอ่ะ  แต่เบื่อนาโอโกะสุดๆ 

โตเกียวไม่มีขา

posted on 24 Nov 2007 02:41 by yuuii  in article

 

 

 

ชีวิตที่ได้ผจญภัยไปในดินแดนที่เราใฝ่ฝัน  เป็นสิ่งที่หลายคนอยากสัมผัส
บางคนมีโอกาสได้ลิ้มรส
แต่ในขณะที่บางคนได้เพียงแค่ฝันถึง

 

หนังสือ "โตเกียวไม่มีขา" ได้พาเราไปผจญภัยมาแล้ว 
เป็นการผจญภัยในโตเกียวด้วยเวลาเพียง 5 ชม. ที่วิเศษจริงๆ
ถึงแม้ว่าเราจะอ่าน a day เป็นประจำทุกเดือน  แต่ก็ต้องสารภาพตรงนี้ว่า เราไม่ได้อ่านทุกตัวอักษร
และที่สำคัญคอลัมน์ของคุณนิ้วกลมเราได้อ่านน้อยมาก

 

การมาเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ ในเวลาเช่นนี้ คงไม่สายเกินไปนัก
มีหนังสือเพียงไม่กี่เล่มในชีวิตที่เราจะเดินเข้าไปพบมันในร้านหนังสือแล้วหยิบติดมือกลับมาด้วย
คำว่า "โตเกียว" บนหน้าปกเล่มนี้  เป็นเหตุผลหลักที่หนังสือเล่มนี้มาวางอยู่บนชั้นหนังสือของเรา
ถึงจะเป็นเหตุผลเล็กๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ว่า 
ยังมีนักเขียนที่ชื่อว่านิ้วกลมอีกคน  ที่ตัวหนังสือของเค้าสื่อถึงเราได้

 

ในจำนวนหนังสืออกใหม่บนแผง 
และในจำนวนหนังสือที่เลือกซื้อมาหลายต่อหลายเล่มนั้น
น้อยนักที่จะมีแรงดึงดูดให้อ่านจบในคราวเดียว
และยิ่งน้อยลงไปอีกที่จะสร้างความรู้สึกดีๆบางอย่างฝังลงในจิตใจ
ซึ่งโตเกียวไม่มีขาทำได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

สำหรับเราแล้วการอ่านหนังสือสักเล่ม และชื่นชอบหนังสือสักเล่ม
คงไม่ได้มาจากภาษาที่สละสลวยหรือคำศัพท์แสงที่ร้อยเรียงอย่างหรูหราเพียงอย่างเดียว
หากแต่ที่สำคัญจะต้องมาจากความรู้สึกที่ถ่านทอดมาถึง
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคนอาจรู้สึกเฉยๆกับหนังสือเล่มนี้
และจริงที่บางครั้งตัวเราเองก็ไม่ได้ชอบหนังสือเล่มไหนๆที่มีคนยกย่อง
แต่สำหรับเล่มนี้ คงบอกอะไรไม่ได้มากไปกว่าให้ลองอ่าน
อาจจะเห็นว่ามันหนา และพอเปิดดูด้านในก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวา
แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย หากตัวหนังสือสามารถสัมผัสใจคุณ
แล้วทำไมไม่ลองเปิดใจให้หนังสือเล่มนี้บ้าง

 

การเดินทางจริงๆแล้วคงต้องเตรียมการอะไรอีกเยอะนอกจากความฝันและความอยาก
หากตอนนี้คุณยังไม่มีโอกาสและความอยากมากพอที่จะไปกระตุ้นเท้าให้ออกเดิน
ทำไมไม่ลองท่องเที่ยวโตเกียวแบบไม่ต้องใช้ขาบ้างล่ะ
อย่างน้อยถึงตัวจะยังไม่ไปไหน แต่ก็ปล่อยให้ใจเที่ยวอย่างเพลิดเพลินก็สร้างความสุขได้ไม่แพ้กัน