สืบเนื่องมาจากเอนทรี่ที่แล้ว  เราก็มาคิดว่าทำไมเราถึงไม่อยากแต่งงาน

 

ข้อมูลของตัวเราเองคือ 

 เพศหญิง

 อายุ 24

ไม่ได้มีปัญหาทางจิตหรือทางกายแต่อย่างใด

 

 

เริ่มเลยนะ 

 

เหตุผลที่เราไม่อยากแต่งงาน

 

 

1. ผู้ชายในโลกนี้ล้วนมีดีทั้งนั้น

ถ้าหากต้องแต่งงานไป เราคงจะเสียโอกาสในการได้ทำความรู้จักชายอื่นๆบนโลกใบนี้ คนเราเวลาอินเลิฟมันก็มีความสุขอยู่หรอก อยากจะอยู่กันสองคน ไปไหนสองคน มีเรื่องคุยกันระหว่างเราสองคน แต่หากเรื่องของเราสองคนต้องคุยกันถึง20-30ปีล่ะ  พูดตรงๆนะ  เราไม่เอา  เราอยากคุยเรื่องใหม่ๆกับคนใหม่ๆบ้าง ถ้าจะต้องให้เลือกผู้ชายสักคนจากทุกคนบนโลกใบนี้มันยากเย็นและกดดันเกินไป ทุกวันในชีวิตมีแต่คนน่าสนใจ  น่าที่จะเข้าไปทำความรู้จักเต็มๆไปหมด ชีวิตเราอายุแค่นี้ก็ต้องใช้ให้คุ้ม 

 

2. เราไม่ชอบทำงานบ้าน

ไม่ชอบจ๊ะจ๋า ไม่ชอบทำงานบ้านให้ใคร กฏคือ ใครทำคนนั้นต้องรับผิดชอบ นั่นคือ จานใบนี้มึงแดกมึงล้าง  เสื้อมึงจะใส่มึงก็ต้องรีดเอง ผู้ชายสมัยนี้ทำงานบ้านเก่งกว่าผู้หญิงเยอะ แล้วผู้หญิงเองก็ทำงานนอกบ้านได้ดีกว่าผู้ชายก็มีเยอะ ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ชายเท่านั้น เราเองที่เป็นผู้หญิงก็อยากจะออกจากบ้านไปทำงาน ตกเย็นไปสังสรรค์ กลับบ้านมามีอาหารอุ่นๆวางบนโต๊ะ กินเสร็จดูทีวี นอน แล้วตื่นมาเสาร์อาทิตย์ขับรถออกไปเที่ยวบ้าง อยากจะเปิดตู้เสื้อผ้ามามีชุดสะอาดๆเต็มตู้ ผู้หญิงเองก็อยากทำแบบนั้นบ้าง 

ที่สำคัญงานบ้านเป็นงานที่หนักมาก คุณผู้ชายเคยซักผ้านวมไหมคะ? เคยถูบ้านไหมคะ? นี่มันงานผู้ชายชัดๆ มือของผู้หญิงพระเจ้าไม่ได้สร้างให้มาสู้กับผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานนะ  

แต่ช้าก่อน เดี๋ยวจะหาว่า ไม่มีน้ำใจกันเลย เรื่องแบบนี้ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ แต่ที่บ่นคือ สถานะที่เป็นอยู่ต่างหาก ว่าจะให้นี่เป็นความรับผิดชอบทั้งหมดไม่ได้ เราไม่ใช่คนแบบนี้ 

 

3.ไม่ชอบเด็ก

ในเมื่อคุณแต่งงานก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในที่สุด ก็ต้องมีลูก แต่ให้ตายเห๊อะเราคงเลี้ยงเด็กไม่ได้ เราชอบนะพวกเด็กน่ารัก ไม่งอแงไม่ดิ้นๆ 

แต่เด็กมันจะมีพัฒนาการของเค้าเอง เมื่อถึงช่วงอายุหนึ่ง มันจะพูด มันจะสงสัย และมันจะมีความต้องการที่ไร้เหตุผลและไม่เคยพอ(พูดให้เข้ากับสมัยนี้ก็คือ เด็กมันจะอาร์ตนั่นแหละ) 

 เราเคยไปบ้านสงเคราะห์เด็กมา เด็กที่นี่ไม่ได้เป็นเด็กกำพร้าทั้งหมด บางคนพ่อแม่ต้องทำงานไม่มีเวลา  บางคนพ่อแม่มีรายได้น้อย ฯลฯ  โอ๊ยย ไม่ไหวจะเคลียร์ เพิ่งเข้าใจคำว่า "เด็กเปรต" ก็วันนั้นแหละ คุมไม่อยู่ พูดไม่รู้เรื่อง ลามปามเป็นที่สุด เราอยากจะบอกว่าคนที่เค้าเป็นแม่ที่ดูแลเด็กๆที่นั่นน่ะเป็นคนที่ประเสริฐที่สุดเลย  ลูกตัวเองก็ไม่ใช่ต้องมาป้อนน้ำป้อนข้าวมาคอยดูแลสารพัด เราเองทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเลย และในเมื่อเราไม่พร้อมแบบนี้ก็ไม่อยากจะมีเด็กที่ต้องโตขึ้นจากพ่อแม่ที่ไม่พร้อม  

 

4.ไม่อยากโดนเรียกว่าเป็นเมียของใคร

ข้อนี้เป็นความรู้สึกลึกๆ ทั้งๆที่คำว่า "เมีย"เป็นคำพูดธรรมดาๆ แต่เราไม่ชอบ เหมือนมันจะเป็นความรู้สึกเขินๆ แต่มากกว่านั้น(ไม่อยากใช้คำว่า กระดาก)มันเหมือนโดนผูกมัด ในภาษาไทยเราเองก็ไม่รู้จะใช้คำอะไรที่มันดูสามัญๆแบบนี้อีกแล้ว คำว่า ภรรยาเราเองก็รู้สึก แต่เรารู้สึกถึงความสุภาพที่แฝงอยู่ในคำว่าภรรยามากกว่าเมีย (แน่นอนอยู่แล้ว) จริงๆเหตุผลข้อนี้ส่วนตัวสุดๆ หลายคนอาจไม่คิดแบบนี้ก็ได้ 

 

5.ความเป็นส่วนตัว

ข้อนี้ออกแนวเซเลบนิดๆ555 คือ เราไม่ชอบงานแต่งงานประเภท ห้องโรงแรม โต๊ะจีน บ่าว-สาวเดินถ่ายรูปทีละโต๊ะ ญาติพี่น้องใครเป็นใครไม่รู้ แล้วอะไรอีกสารพัดอย่าง เราชอบความเป็นส่วนตัว งานที่มีแต่คนที่เกี่ยวข้องจริงๆ ไม่ต้องตามพิธีอะไรขนาดนั้น เราเห็นหลายคู่ที่แต่งงานแล้วมักจะจัดงานตามแบบที่ผู้ใหญ่อยากให้เป็น แต่เราคิดว่างานแต่งงานคืองานของคนสองคน จริงอยู่ที่ต้องมีครอบครัวมาเกี่ยวข้อง สังคมมาเกี่ยวข้อง  แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตทำไมต้องขึ้นอยู่กับคนอื่น การแต่งงานคือเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ ไม่จำเป็นต้องเชิญคนที่กูไม่รู้จักชื่อแต่เสือกเป็นญาติเพราะเป็นมารยาท เราเป็นคนแต่ง เราควรมีสิทธิในการเชิญเฉพาะคนที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวรู้จัก ไม่ใช่คนที่ญาติเรารู้จัก โดนส่วนตัวแล้วเราว่าคนที่ไปงานแต่งโดยที่ไม่ได้สนิทกับเจ้าบ่าว-เจ้าสาว เสียมารยาทกว่าอีกนะ

 

 

 

ตอนนี้คิดได้เท่านี้แหละ จริงๆคงมีอีกเยอะ แต่ถึงคิดไปวันนึงมันก็จะเปลี่ยน วันนึงเราอาจจะมาเขียนเอนทรี่ "เหตุผลที่เราอยากแต่งงานก็ได้" ยังไงซะ สักครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็อยากลองมีงานแต่งงานดูบ้าง  กับผู้ชายแจ่มๆสักคน555 เราไม่กลัวว่าจะต้องเลิกหรือหย่าร้างกัน เพราะอย่างที่บอกในข้อหนึ่งว่าผู้ชายดีๆมีให้เลือกทุกวัน ยังไงก็จะรอคอยวันนั้นนะ วันที่จะมีผู้ชายแจ่มๆให้เรารู้สึกว่าอยากแต่งงานสักที 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราก็เบื๊อเบื่อไองานแต่งงานแบบที่ว่านั่นมากเลย ยิ่งช่วงนี้แก่ เพื่อนๆ ก็ทยอยแต่งกันไป ก็ไปนั่งเบื่อๆ หลายงานอยู่

ก็มีความตั้งใจบ้าๆบอๆ อยู่หน่อยนึงว่า ถ้าแต่งไปแล้วก็คงเรียกแฟนว่าแฟนเหมือนเดิม เคยเรียกกันไงก้เรียกงั้นไปตลอด และก็กะจาไม่มีลูกด้วยเหตุผลคล้ายๆกันแหละ 55

เอาล่ะ อวยพรให้ชายแจ่มๆ เข้ามาไวๆนะ อาจจะแต่งก่อนผมก็ได้ เอิ๊กๆ

#1 By hungryangry on 2009-03-04 00:45

หวา ไม่อยากแต่งงานซะงั้น
ต่างจากพี่สาวเราเลย
ตอนนี้พี่สาวก็อายุ26แล้วค่ะ อยากแต่งแทบตาย
555

ปล.ตอบคอมเม้น : เคยโพสที่เล็ดค่ะ แล้วก็กะว่าจะปลักหลังอยู่ที่นี่อีกซักที่ ขอบคุณที่แวะไปอ่านนะคะ

#2 By มุนินฺ on 2009-03-04 03:21

โสดไม่โสดก็ขอให้มีความสุขopen-mounthed smile

#3 By wesong on 2009-03-08 10:01

หาตัวช่วย แล้วไปแต่งงานซะ ง่ายออก

#4 By อยากแต่งงาน (125.25.23.79) on 2009-04-15 08:32

ชอบความคิดเห็นแบบนี้มากๆเลย อยากให้ผู้หญิงที่แคร์สังคมแบบไร้สติเข้ามาอ่านกันเยอะๆ จังเลย ขอบคุณครับbig smile

#5 By Fun_Hadyai (222.123.141.193) on 2009-10-10 22:16