"ส่องกระจกเสียที
ดูซิเห็นใคร
นั่นเราใช่ไหม
หรืออะไรครอบงำ
ส่องกระจกเสียที
ใครกันนี่น่าขำ
กิเลสมืดดำ
ยังไม่หนำใจ
เปลื้องมันออกไป"


คำว่า"เปลี้อง"ไม่ได้หมายความเพียงแต่การเปลื้องในสิ่งที่จับต้องได้เพียงเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงอัตตาที่ครอบงำมนุษย์อยู่ตลอดเวลา สิ่งต่างๆที่พวกเราไขว่คว้ามาทั้งชีวิต เงินทอง ชื่อเสียง การงาน หน้าตาในสังคม  สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นเทพบุตรได้จริงหรือ? หากเรายอมที่จะถอดสิ่งเหล่านี้ออกไปคุณค่าความเป็นคนของเราจะลดลงหรือไม่? 

 สังคมเล็กๆในซอยฉิมพลีไม่แตกต่างจากสังคมใหญ่ที่ทุกคนได้พบเจอ ผู้คนที่หลงใหลไปกับ"ภาพ"ที่เห็นโดยไม่มองไปให้ลึกกว่านั้นว่าแท้จริงแล้ว ตัวตนของคนคืออะไร  เทพบุตรที่ใช้ชีวิตสวยงามนั้นแท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากคนเดินดินเช่นพวกเรา    


"ดูดีดีเห็นไหม
ว่าเราคือใคร
แค่คนธรรมดา"

 

*************************


ประพันธ์ทำนอง - ภควรรต สุวรรณเปี่ยม
ผลิตงานดนตรี - คงกฤทธิ์ ศิริกุล
ผู้ฝึกการร้อง - ใจรัตน์ พิทักษ์เจริญ
จัดการโครงการ - จีราวรรณ กล่อมขาว
ควบคุมการสร้างฉาก - สมหมาย ทองหล่อ
ออกแบบลีลา - ปริญญา ต้องโพนทอง
ออกแบบแสง - สุพัตรา เครือครองสุข
ออกแบบฉากและองค์ประกอบศิลป์ - ณัฐคม แช่มเย็น
ช่วยกำกับการแสดง - อศิรพงษ์ รุ่งเจริญพัฒนกิจ
ควบคุมการผลิต - พรินทรา ชูโต
อำนวยการสร้างบริหาร - เพชร โอสถานุเคราะห์
อำนวยการผลิต - วรรณ์ขวัญ พลจันทร์
เขียนบทและกำกับการแสดง - พรรณศักดิ์ สุขี

Bangkok University Theatre Company ดำเนินงานสร้าง
ภาควิชาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

***************************


ข้อมูลจากสูจิบัตรละครเวที"เปลื้อง"
เนื้องเพลง "แร๊พเปลื้อง"

เหนื่อย....

posted on 04 Sep 2009 11:08 by yuuii  in talk

 

 

 

เหมือนเดินอยู่บนลู่วิ่ง 

ไม่ว่าจะเดินไปไกลแค่ไหน  ใช้เวลามากเท่าไร ก็ยังอยู่ตรงที่เดิม

มีคนคอยกำกับอยู่ข้างๆตลอดเวลา

 

 มานึกๆดูว่าจุดเริ่มต้นของมันอยู่ที่ไหน

เราเองไม่ใช่หรือที่สมัครใจขึ้นมาบนลู่วิ่งนี้ และเริ่มก้าวเดิน

แต่แล้วเพราะอะไร

ตัวเราเองกลับไม่มีสิทธิที่จะหยุดมัน

เรายังต้องเดินต่อไป เร็วขึ้นและเร็วขึ้น

 

 ในบางขณะของความคิดอันเหนื่อยล้า

บอกว่าให้พอและหยุดก้าวเดิน  ไม่ว่าลู่วิ่งนี้จะยังหมุนอยู่ก็ตาม

ความคิดชั่วแล่นบอกให้หยุดและยอมที่จะล้มลง

ไม่ว่าจะต้องเจ็บแค่ไหน  ไม่ว่าคนที่คอยคุมอยู่จะต้องเสียอารมณ์สักแค่ไหนก็ตาม

 

ทั้งที่คิดแบบนี้  ทั้งที่ร่างกายอ่อนล้า

แต่เราก็ขลาดกลัวเกินกว่าที่จะล้ม

หวาดหวั่นกับสิ่งที่จะตามมาอย่างคาดไม่ถึง

และนั่นเอง  ที่ทำให้เรายังเดินอยู่ตรงนี้

เดินทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันก้าวไปข้างหน้า  

 ปล่อยเวลาผ่านพ้นพลางพร่ำบอกกับตัวเองว่า

เพราะนี่คือการรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้ตัดสินใจ 

นี่คือการแสดงออกของผู้ที่ไม่ยอมแพ้และเข้มแข็ง

 

มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ? 

 

 เราไม่รู้

 

บางครั้งสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดอาจไม่ได้มาจากบาดแผลหากเราตัดสินใจที่จะหยุดและล้มลง

แต่ความเจ็บปวดนั้นคงมาจากสายตาของคนรอบข้างที่มองเข้ามา

สายตาที่ตีความไม่ได้  แต่กลับหนักหนาและกรีดลึกในความรู้สึก

 

เหนื่อย............